Wasin's profile...:::สิ่งที่เรียกว่า......PhotosBlogListsMore ![]() | Help |
|
...:::สิ่งที่เรียกว่า...เวลาที่ผ่านพ้น:::...ค้นพบความฝัน...มุ่งหน้าไปหามัน
April 13 แค่อยากจะเล่าWasin in critical mode
สัปดาห์นี้ได้มีโอกาสดูหนังไทยสองเรื่อง ในเวลาใกล้เคียงกัน คือ เมื่อวานนี้กับวันนี้ ได้มีโอกาสเหนความแตกต่าง ของ ภาพยนตร์สองเรื่องนี้อย่างชัดเจน สองเรื่องนี้เนื้อเรื่องคล้ายกันบางจุด เช่น พูดถึงมิตรภาพระหว่างเพื่อน เปนต้น เปล่า ผมไม่ได้บอกว่าหนังสองเรื่องนี้พล๊อตเรื่องเหมือนกัน ไม่ใช่เลย สองเรื่องนี้เล่าเรื่องต่างกัน จุดประสงค์ของเรื่องก็ต่างกัน แล้วทำไมผมเอามาวิจารณ์ร่วมกันล่ะ? ก็เรื่องนึงมันโคดห่วย แต่เรื่องนึงมันโคดดีไง!!!!
เรื่องที่โคดจาห่วยก็คือ เฟรนชิพ เธอกับฉัน หนังไทยเมื่อปีก่อน(รึป่าว) เนื้อเรื่องไม่มีห่าอาไรเล้ยยย ไม่มีฉากให้นั่งลุ้น ไม่มีอะไรต้องให้เดา ฉากเส้าก็ไม่เรียกน้ำตา ดาราก็เล่นแย่ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง พระเอก! ไม่มีอะไรจิงๆ ผิดหวังและเสียดายเวลานั่งดูเปนอย่างยิ่ง ที่สำคัญเรื่องนี้ดาวโหลดมาดูเปนดีวีดี!!!
เมื่อเทียบกับอีกเรื่องที่เพิ่งดูจบในวันนี้ในยูทูป!!! รักออกแบบไม่ได้ o-negative ก็เลยต่างกันราวฟ้ากับดิน รักออกแบบไม่ได้ เปนหนังเมื่อปี่ 41 ซึ่งเราพลาดไม่ได้ดู(ทั้งๆที่ตอนนั้นก็ตามหนังวัยรุ่นทุกเรื่องนะ) การดำเนินเรื่องถือว่ายอดเยี่ยมมาก เพราะ มันสะกดให้กุให้ความสนใจกับมันได้ตั้งแต่ต้นจนจบ ลุ้นตามไปกับทุกฉากของหนัง เรียกว่า หนังเรื่องนี้เรียกความสนใจของคนดูได่ยอดเยี่ยมมากเลย ฉากประทับใจก็เยี่ยม ฉากเรียกน้ำตา ก็ทำให้ปริ่มๆได้ไม่น้อยเลย ดาราก็แสดงดีกันทุกคน บทสรุปของหนังก็ทำได้ดีไม่มีที่ติ รักออกแบบไม่ได้…นานแล้วที่ไม่ได้ดูหนังไทยดีๆ (ตั้งแต่พลาดไปดู ฝันหวานอายจูบ ครั้งนั้น!!!) ใครยังไม่ดู หามาดูซะนะ
ต่อไป เล่าเรื่องที่ไปทำมาใน weekend นี้ดีกว่า เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ไปดู MLB หรือ Major league baseball กับเพื่อนญี่ปุ่นมา ไปกันประมาณ 14 คน ความรุ้สึก- เฉยๆว่ะ ตื่นเต้นบ้างในช่วงแรก เพราะนี่เปนครั้งแรกที่ได้มาดูเบสบอลของจิง กฎกติกาก็พอรุ้จากการ์ตูน กับเกมส์ps2 บ้าง แต่….ในเกมส์สนุกกว่าว่ะ ถามว่าครั้งหน้าจะมีมาดูอีกมั้ย- คงไม่ว่ะเพราะ ค่าตั๋วแพงเกินไป แล้วก็ไม่ได้สนใจขนาดนั้น
แต่ไฮไลต์อยู่ตอนเย็น ตะหาก มีปาร์ตี้วันเกิดฮีจิน แรกเริ่มเดิมที ปาร์ตี้ดูเหมือนจะน่าเบื่อโคดๆๆ เพราะเมนูอาหารก็เดิมๆ(ถึงมันจะอร่อยก็เถอะ) คนก็น้อย ผู้หญิงก็น้อย สีหน้าทุกคนก็แสดงออกถึงความผิดหวังว่าทำไมมันถึงออกมาเปนแบบนี้ เหล้าเบียร์ก็ไม่ได้ทำให้ความรุ้สึกดีขึ้นเลย แต่เหมือน มีเสียงเพรียกจากสวรรค์ มีสายโทรเข้าเบอร์เมสัน บอกกับพวกเราทุกคนว่า ที่ รร ก็มีปาร์ตี้วันเกิดเหมือนกัน ไปจอยด้วยกันดีมั้ย พวกกุก็รีบเก็บกวาดสิ โอกาสแบบนี้จะให้พลาดรึ สรุปปาร์ตี้ที่หอจบลงภายในไม่เกิน ชมครึ่ง เร็วมากมาย
ที่ รร กุพบว่า ปารืตี้ที่นี่มีหลายชาติพันธุ์มากๆ ทั้ง ตุรกี บราซิล อิตาลี เยอรมันและ นานาเอเชี่ยน ทั้งหลาย ก็สนุกไปอีกแบบ ย่างแฮมเบอร์เกอร์ กับไส้กรอกกัน กินเบียร์ไปด้วย คุยไปด้วย ก็สนุกดี แล้วพวกเราก็ไปจบที่ห้องของเมสัน จากเดิมปาร์ตี้ที่หอ มีผู้หญิงแค่สองคน แต่ที่ห้องเมสัน เรามีผู้หญิงเพิ่มขึ้นมาอีกตั้งสองคน คือโนโดกะ กับ อายูมิ แล้วทุกคนก็เมาซะ มันส์สุดๆ เมาไม่เมา มันก็ยุจนกุถอดเสื้อได้ล่ะวะ(รุ้ทั้งรุ้ กุไม่ชอบ) นั่นแหละ ไม่รุ้จะอธิบายยังไง เอาเปนว่าเปนวันที่มันส์มากวันนึง แต่เสียดายไม่ได้เอากล้องไป คงงต้องขอรุปกับพวกนั้นล่ะมั้ง
วันอาทิตย์ หลังจากที่เมาหัวทิ่ม และเข้านอนตอนตีสอง แต่ก็ต้องตะเกียกตะกายตื่นมาตอนหกโมงครึ่ง เพื่อจะไปเที่ยวในซานฟราน ตาแดงหน้าแดง ปวดหัวแต่ก็ต้องทน เฮ้ออออ วันนี้จุดที่ไปก็มี … ชื่อไรวะ เอาเปนว่าวันนี้ไปดูลอมบาด ถนนงู ไปดูโกลเด้นเกต ไปดูอะไรต่างๆนานา แต่เปนแบบนั่งรถเที่ยวมากกว่า เพราะไปกับผู้ใหญ่ ก่อนกลับเค้าพาไปเลี้ยงข้าวที่ ตลาดเอเชีย อะไรไม่รุ้คล้ายๆราดหน้า แต่อร่อยโคด คิดถึงราดหน้าจัง เฮ้ออ จบแค่นี้ละกัน ไม่ค่อยมีอารมณ์จะเขียนบรรยายเลยว่ะ แต่ก็อยากจะอัพ แค่นั้นแหละ จบไงดี จบเป็นกลอนจากเรื่อง รักออกแบบไม่ได้ละกัน ฉันผูกใจ
ไว้ที่ ความมีเพื่อน
รักเพื่อนทุกคนนะเว้ย!!
March 26 รำลึกความหลัง (ตามคำเรียกร้อง)รำลึกความหลัง (ตามคำเรียกร้อง) เมื่ออาทิตย์ ที่แล้ว อีเจ๊ มันบอกกุว่า “แอบซี่ เมิง อัพบล็อกเรื่องเกาะล้านสิวะ” กูก็ไม่รุ้จะพูดยังไง อัพเรื่องเกาะล้านตอนนี้ บางทีมันก็ดูสายเกินไปนะ กุว่า
แต่วันนี้ กุไม่คิดยังงั้นแล้วว่ะ มันอาจจะดีก็ได้ ถ้ากุ จะอัพไว้เป็นที่ระลึก เปนที่เก็บความทรงจำ เปนหนึ่งในเรื่องที่ดีที่สุดในชีวิตที่เกิดขึ้นกะกุ เอาเปนว่า กุไม่เล่าเปนฉากๆ เหมือนกับที่ผ่านมาละกัน ขอเล่าเปนความรุ้สึกแทนได้มั้ย
วันที่เท่าไหร่ จำไม่ได้ ที่อนุสาวรีย์ชัย กุตื่นแต่เช้าเลย เพราะ ตื่นเต้นมาก แฟร์เวลทริปกุ กุตื่นเช้า แต่ไอ้ปู๊ด ก็มารับกุช้ามาก รุ้สึกแย่นิดๆ กุตื่นเช้ามาทำเหี้ยไร วันนั้น พอเจอหน้าเพื่อน กุล่ะโคดดีใจ สองคืนหลังจากนี้ คงได้สนุกกับพวกมันแน่ๆ เหล้าพร้อม ทุกอย่างพร้อม แถมมีสมาชิกมาเพิ่ม อย่างไอ้บีนกับน้องเบนซ์อีก ยิ่งรุ้สึกดีไปใหญ่ อ้ออ ที่ลืมไม่ได้คือ ไอ้เปา กุปลื้มมาก ที่มันยอมออกนอกพื้นที่ขนาดนี้ ไม่รุ้หรอกว่าทำเพื่อกุรึป่าว แต่ขอบใจมากว่ะ
ที่เกาะล้าน กุรุ้สึกอเมซิ่งมากๆ กุเที่ยวทะเลบ่อยนะ เที่ยวเกาะก็หลายครั้ง แต่ครั้งนี้มันต่างไปว่ะ กุรุ้สึกดีมากเลย ที่มีพวกเมิงมาด้วย กุรุ้สึกได้ตั้งแต่ก้าวแรกที่เหยียบลงบนเกาะเลย ว่ากุต้องมีความสุขแน่ๆ บนเกาะนี้(ไม่รุ้จะบรรยายยังไง เอาเปนว่า สุขใจ ละกัน)
ถนนหนทางสวย ทะเลก็สวย ทำกุแทบละลาย เมืองไทยสวยที่สุดในโลก!!! ฮ่าๆ เรื่องนี้กุก็ยังยืนยัน ไม่มีที่ไหน อยู่แล้วสบายใจ หรือสุขใจเท่าเมืองไทยหรอก
วันที่ป๋า เอามอไซด์ไปล้มน่ะ กุล่ะกลัวโคดๆเลยว่ะ กลัวว่าแม่งจะเปนไรรึป่าววะ กุกลัวว่าทริปนี้จะมีคนบาดเจ็บสาหัส เพราะถนนบนเกาะ มันก็อันตรายพอสมควร เหนป๋ามันรุ้สึกผิด กุก็ไม่รุ้จะพูดไง แค่เหนแม่งกับไอ้จั้ก น้องเบนซ์ ไม่เปนอะไรมาก แค่นี้กุก็โคดโล่งใจแล้ว ดีแล้วที่มันปลอดภัย คืนนั้น อีป้าตามมาสมทบ กุไม่รุ้หรอกว่าแม่งนอยกุรึป่าว เรื่องที่กุพูดว่า “ถ้าลำบากขนาดนั้นก็ไม่ต้องมาหรอก” ก็กุคิดยังงั้นจิงๆนี่หว่า ก็ตอนนั้นเมิงเพิ่งผ่านช่วงเวลาที่ไม่ดีเท่าไหร่ แล้วดูท่าทางก็ลำบากมากเลยว่ะ ยอมรับจิงๆ ถ้าเปนกุก็คงไม่มา แต่ที่พูดไปงั้นอ่ะ ก็เพราะเปนห่วงเมิงน่ะแหละ กลัวเมิงมาไม่ถึงไง กลัวลำบากเมิงรึป่าววะ ที่จิงแค่เมิงบอกว่าจะมา กุก็ดีใจมากแล้ว
ไอ้จั้ก ที่ไม่ยอมแดกเหล้ากะกุเลย อันนี้ผิดหวังนิดๆ เพราะนึกว่าทุกคนคงแดกกับกุมั้ง แดกแบบไม่ต้องเก็บศพกันเลย แต่ไม่เปนยังงั้น แต่ก็เข้าใจเมิงแหละ เมียมาคุมนี่หว่า ขอโทดทีว่ะ เสื้อเช หายไปแล้วว่ะจั้ก
ไอ้อาร์ต กับเมีย ที่ตามมาทีหลังเหมือนกัน ขอบใจมากนะเว้ย ที่ยังอุตส่าห์มา นึกว่าจะไม่มาซะแล้ว
ไอ้ก๊อฟ กับไอ้ปู๊ด ไม่รุ้จะบรรยายยังไง เพราะหลังๆมานี่ ทริปไปไหนก็ไม่เคยพลาด ขอบใจมาก ที่สร้างเสียงหัวเราะให้กุมาตลอด เออ ไอ้ก๊อฟ ถ้าเมิงเข้ามาอ่าน ถ้าเมิงไม่ชอบให้กุแซวเรื่องไหน ก็บอกสิวะ กุก็นึกว่าเมิงชอบ ถ้าไม่พอใจอะไร ก็ขอโทดละกันว่ะ
ไอ้บีน ที่อุตส่าห์มวนยาเส้นให้กุดูด ตั้งมวนนึง แสบจมูกเปนบ้า แต่ขอบใจมากว่ะ ดีใจที่เมิงมาด้วย แล้วก็อีเจ๊ กุไม่รุ้หรอกนะ ใครเปนแม่งาน เรื่องจัดทริปนี้ แต่กุเหนเมิงทำนู้นทำนี่เยอะมากมาย อยากขอบใจซักล้านครั้งว่ะ กุจะไม่ลืมทริปนี้เลย
ทริปนี้เปนหนึ่งในทริปที่ดีที่สุดในชีวิตกุ เปนหนึ่งในช่วงเวลาที่ดีที่สุด ตอนนี้ก็ได้แต่นั่งนับวันเวลา ว่าเมื่อไหร่กุจะได้กลับไป เที่ยวเล่นกับพวกเมิงอีก เมื่อไหร่จะได้ไป เมา ไปอ้วก ไปดูดบุหรี่ กับพวกเมิงอีก อเมริกา มันก็ดีว่ะ เพื่อน แต่ที่ไหนมันจะสุขใจเท่าที่บ้านวะ
เอาล่ะ ไม่รุ้จะจบยังไงแล้วกุ น้ำตามันพานจะไหลออกมา ฮ่าๆ
เอาเปนว่า ขอบใจละกันนะ February 14 หลากอารมณ์ ในอเมริกาหลากอารมณ์ ในอเมริกา ผ่านไป2สัปดาห์แล้วคับ ชีวิตใหม่ๆ ในสถานที่ใหม่ๆ กับผู้คนใหม่ๆ รวมไปถึงภาษาใหม่ๆที่ไม่คุ้นเคย มีเรื่องราวผ่านเข้ามาในชีวิตมากมาย ในช่วงนี้ บางทีก็ดีใจ บางทีก็เสียใจ หรือแม้กระทั่งบางทีก็เหงาใจสุดๆ
สนามบินสุวรรณภูมิ 1/2/09 8.45 น ครอบครัวพร้อมหน้าพร้อมตา ตื่นเต้นมากมาย กูจาไปเมืองนอก ตื่นเต้นจนลืมเอาตั๋วเครื่องบินมาจากบ้าน จนต้องไปปริ๊นเอาที่สนามบิน หวาดเสียวมาก หลังจากนั้น เพื่อนกุก็เริ่มทยอยมา ทั้งส้มโอ น้องโดม ตาล อีเจ๊ ไอ้อาร์ต อีป้า ไอ้ก๊อฟ ส้มป่อย ซึ้งใจมากเพื่อนเอ๊ยยย น้ำตาแทบจะไหลรินลงมาตรงนั้น ตอนเดินเข้าตรงตรวจพาสปอร์ตน่ะ กุไม่ค่อยกล้าหันกลับหลังมาเลยว่ะ เพราะรุ้ว่า ญาติพี่น้องกุยังไม่ไปไหน กุกลัวต้องเสียน้ำตา ตั้งแต่ ยังไม่เริ่มเดินทางเลย ใจหายเหมือนกันนะ ตอนที่พูดคำว่า “อีกสามปี เจอกันนะคับ” สนามบินฮ่องกง 1/2/ 09 13.40น (ตามเวลาท้องถิน) ตรงนี้กุเริ่มตกใจ เพราะกุไม่รุ้จะไปต่อยังไงดี เพราะกว่าเครื่องกุจะออก ก็อีกตั้งเกือบ4 ชม ไม่เคยนั่งเครื่องไปต่างประเทศด้วย แต่สุดท้ายก็หาทางไปได้ ดีหน่อย ที่มีที่นั่ง ก็เริ่มเล่นเนต คุยกับ คนนั้นคนนี้ ตามประสากำลังตื่นเต้นนิดๆ กังวลหน่อยๆ บนเครื่อง 1/2/09 17.50-13.00 น (ตามเวลาท้องถิ่น) เริ่มต้นกุรุ้สึกดีกับเครื่องนี้มาก เพราะเบาะใหม่กว่าเดิม จอทีวีใหญ่+ใหม่กว่าเดิม คนนั่งข้างๆก็สวยกว่าเดิม แอร์ก็น่ารักกว่าเครื่องขามาฮ่องกง แต่ความรุ้สึกนี้ต้องพังทลายลงเพราะ เบาะปรับเอนไม่ได้(ซักกะนิด) เมื่อยสิคับ กุขอเอนนิดเดียวเองได้มั้ย แค่นิดดดดเดียว สนามบินนานาชาติ ซานฟรานซิสโก 1/2/09 13.30 น ปัญหาใหญ่เกิดขึ้นแล้ว กุเข้าผิดแถว ที่ immigration ซวยคับ เพราะฟังเค้าก็งูๆปลาๆ พูดกับเค้าก็ปลาๆงูๆ ยิ่งกว่า กว่าจะสื่อสารกันรุ้เรื่อง เหงื่อแตกพลั่ก ฝ่ามือเปียกซะ วันแรก รุ้จักชาวเกาหลี2คน ตอนแรก นึกว่าพี่เรนมาเอง ฮ่าๆ เสื้อโค้ท แว่นดำ กางเกงขาเด้บ เอาล่ะ ก็ทำความรุ้จักกันไปป
ชีวิตใหม่ใน Berkeley วันแรกก็เล่นเอาช้อกเหมือนกันคับ เริ่มตั้งแต่ลูกบิดประตู ซึ่งเปนแบบกดรหัส(กุบ้านนอก ไม่เคยเหน) ตอนแรกนึกว่าหอนี้จะมีแต่เอเชีย ปรากดว่าเปนพวกหน้าฝรั่งออกมากันเต็มเลย โว้วววว ไรกันนี่ เดินมาที่ห้อง เจอเมท เปนชาวญี่ปุ่น ชื่อมิตซึ มิตซึ ย้ายมาจากนิวยอร์ก พูดเก่ง แต่กุฟังไม่รุ้เรื่อง เหอๆ หลังจากนั้นก็ออกไปเดินเล่น กะว่าจะเดินหาที่เรียนน่ะแหละ ด้วยความอวดเก่งคิดว่าจะไม่หลง แต่สุดท้ายก็หลง รร ที่ปกติใช้เวลาแค่5นาทีก็เดินถึง กุใช้เวลากว่า 2 ชม อากาศที่นี่ดีมากเลยนะ กลางวันประมาณ 14-17 องศา เช้า กับ เย็น คาดว่าประมาณ 7-12องศา ซึ่งดีมากๆ เหมาะกับการเดินเปนอย่างยิ่ง ที่นี่กุชอบเดินเปนพิเศษ เพราะเดินยังไง ก็ไม่เหนื่อย(ภายใน2 ชม) ก็คงเพราะไม่มีเหงื่อมั้ง แล้วก็เพราะไม่ร้อนด้วย ตื่นเต้นสุด กับระบบการจราจรของที่นี่ ซึ่งคนเดินถนน แทบไม่ต้องกลัวโดนรถชนเลย หากข้ามตรงจุดที่มีทางม้าลาย หรือ รอสัญญาณ ชอบมาก ทึ่งมาก ก็ตอนที่กุยังเดินมาไม่ถึงเลย มันก็จอดให้แล้วแรกๆ ก็เกรงใจ ก็ต้องรีบวิ่งข้าม แต่พอรุ้ว่าเปนธรรมเนียมปฏิบัติของเค้าก็เบาใจ กับการเปลี่ยนแปลงของตัวเอง ทีเริ่มมีการถามครุฝรั่งเวลาที่ไม่เข้าใจอะไร(ผิดกับตอนเมืองไทย สงสัยอะไรก็ไม่เคยถาม) คงเปนเพราะ มันสอนแบบ นั่งคุยกันนี่แหละมั้ง เหมือนอยากพูดไรก็พูด พูดไปสองไพเบี้ย นิ่งเสียตำลึงทอง คงใช้ไม่ได้ในอเมริกา เหงาสุดๆ เส้าสุดๆ ก็ในวันที่สอง เริ่มรุ้สึกว่า กูมาทำอาไรที่นี่ว้า ที่ว่าสามปีไม่กลับ จะทำได้เหรอ มาแค่วันสองวันยังเหงาขนาดนี้ ยยิ่งต่อเนตไม่ได้ ยิ่งคิดถึง คิดถึงเมืองไทย อยากพูดภาษาไทย เหนเกาหลี มันพุดกัน ญี่ปุ่นมันพูดกัน ไต้หวันมันคุยกัน ก็อดอิจฉามันไม่ได้ ได้แต่ร่ำร้องอยู่ในใจ คนไทย(มัน)หายไปไหนหมด สุดท้ายหาที่พึ่งไม่ได้ ก็เลยต้องไปวัด คิดในใจว่า เผื่อเจอคนไทยบ้าง สุดท้ายก็เจอพระไทย คุยกับท่านนานพอสมควร เพราะคิดถึงภาษาไทย ฮ่าๆ ดูบ้าๆยังไงไม่รุ้ กับวันที่นั่งคุยเอมกะอีเจ๊ แล้วมันส่งรูปเก่าๆ มาให้ดู รุปบางรูปกุเองก็ไม่เคยเหน แต่พอเหนแล้วก็จำได้ คิดถึงช่วงเวลานั้นจัง แล้วมันยังส่งเพลง ที่ตอนมันส่งมันเองคงรุ้สึกขำๆมั้ง แต่กุไม่ขำนะ กุจิงจัง เพลงที่มันให้มา ทำกุอยากจะร้องไห้ เวลาที่อ่านบทความซึ้งๆ ดูหนังเส้าๆ(ล่าสุดดู รักสามเส้า น้ำตาท่วม) ก็จะมีอารมณ์แบบว่า คล้ายๆคนอกหัก มีไรมากระทบใจ ก็พร้อมจะคลอเบ้าได้ทุกที หึหึ นี่เรื่องจิงเลยนะ อารมณ์ตอนนี้ มันคล้าย กับตอนที่ถูกทิ้งตอนปี46 เลย มันแบบว่า เหงาอ่ะ ตื่นเช้ามาก็เหงา ก่อนนอนก็เหงา เหงามากจิงๆ อย่างเมื่อคืนฟังเพลง กว่าจะรัก ของXYZ ก็น้ำตาไหลเปนทางเลย ฮ่าๆ ปล.คิดถึงบ้านมากมาย December 30 ชีวิต ปี51ปี51 กำลังจะผ่านพ้นไป ผมมีเรื่องของผมเองในปี51นี้จะเล่าสู่กันฟัง ถึงแม้จะไม่มีใครถามก็เถอะ
ต้นปี เริ่มฉากชีวิตด้วยช่วงสุดท้ายของความเปนนิสิตจุฬา นั่งคิดในใจอยู่ทุกวันว่า กุกำลังจะเรียนจบแล้ว(หลังจากใช้ชีวิตในมหาวิทยาลัยมานานเหลือเกิน) จบแล้วจะทำอะไรต่อไป อนาคตจะเปนยังไงนะ เทอมสุดท้ายได้เรียนหลายอย่างที่ชอบ อาทิเช่น โบราณคดี ได้ออกทริปสำรวจในวิชานี้อย่างสนุกสนาน ทริปสุโขทัยเมาปลิ้น และ อยุธยาไปเช้าเย็นกลับ (แม้ว่าทริปสุโขทัยเมาปลิ้น จะทำให้อดไปทริปภาคก็เหอะ)
กลางปี กลางปี เริ่มเทศกาลหางาน ซึ่งถือว่าเรื่มช้ากว่าคนอื่นพอสมควร มีโอกาสได้ไปสัมภาษณ์งานหลายที่ มีทั้งความตื่นเต้น ความหวัง ผิดหวัง และ ปลง!! ถือว่าเปนช่วงชีวิตหนึ่งที่ฟุ้งซ่านน่าดู
รับปริญญา – ใครจะนึกว่าเรียนว่าตั้ง 4ปี วันแห่งความสำเร็จนี้คงจะประทับใจและสวยงามมากในความทรงจำ แต่พอถึงวันรับปริญญาจริงๆ ฝนกลับเทลงมาแบบไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย ผมที่จัดทรงมาก็เปียก ถ่ายรูป ก็ยาก วิวก็ไม่สวย คนก็น้อย บางรูปต้องถือร่มถ่ายด้วย อีกทั้งรองเท้าหนังที่ขาดเปนรู ทำให้น้ำเข้าไปในรองเท้าตั้งอต่เช้า และมีอาการน้ำกัดน้ำในตอนบ่าย เจ็บปวดมาก ได้แต่ทอดถอนใจ โธ่เอ๋ย...รับปริญญา
ปลายปี หลังจากเริ่มปลงชีวิตว่า หางานช่างยากเย็น ชะรอยเราควรจะไปแสวงหาอนาคตที่ต่างแดนคงจะดี ถึงจะลำบากใจก็ตรงที่ ภาระทางการเงินที่บ้านคงจะสูงขึ้นเยอะก็เถอะ แต่ยิ่งไปช้า ก็จะยิ่งแย่ เพราะอายุอานามก็ไม่ใช่เด็กๆแล้ว นอนเล่นอยู่บ้านทั้งวัน ดูไร้ค่าเกินจะคาดเดา ดังนั้น จึงเริ่มหาสถาบันเรียนภาษาซะก่อน(คะแนน toefl ต่ำ) ซึ่งก็ได้สถาบัน ELS ของอเมริกา เลือกเรียนที่ Berkeley แคลิฟอเนียร์ โดยตั้งเป้าว่าต้องรีบหายูต่อโท แล้วรีบกลับมาให้จงได้..สู้ต่อไป ช่วงนี้ก็เลยวุ่นวายอยู่กับการ ติดต่อ อ. เพื่อขอจดหมายแนะนำ ไว้ต่อยู และเตรียมข้าวของเสื้อผ้าที่จะไปใช้ที่นู้น ดูเหมือนง่าย แต่วุ่นวายชิบ โดยเฉพาะขอหนังสือ ซึ่งตอนนี้เพิ่งจะได้มาเพียง 2 ฉบับเท่านั้น ยังเหลืออีก2ฉบับ ซึ่งจำต้องง้อ อ.ต่อไป
ชีวิตในปี51 ที่ผ่านไป สรุปย่อๆ ก็คงมีเพียงเท่านี้ ส่วนรายละเอียดหลายๆอย่างก็ลืมเลือนไปบ้าง ก็ช่างมันเถอะ
ปีหน้าฟ้าใหม่ ผมคงไปใช้ชีวิตที่ต่างแดน คงไม่มีโอกาสกลับมาร่วมเล่น ร่วมหัวจมท้ายกับทุกท่านอีกหลายปี ก็ขอให้โชคดีนะคับ ทุกคน
ปล. -กำหนดเดินทาง 30 มค 52 เวลาประมาณ10โมงเช้า -กะจะไปประมาณ 3ปี โดยไม่กลับเมืองไทยในระหว่างนั้น เพราะฉะนั้น เพื่อนกุทั้งหลายเอ๋ย กรุณาอย่าเพิ่งแต่งงาน รอกุกลับมาร่วมฉลองด้วย -กุรุ้ หลายคนสงสัย ว่ากุเล่าเรื่องห่าไร ที่พวกเมิงไม่อยากรุ้ แต่ก็ทนๆฟังไปเถอะ เพราะกุไม่มีเรื่องจะมาอัพ
ปล.2 –บล๊อกหลังจากนี้ ก็จะเปนเรื่องเมกานี่แหละนะ อย่าเพิ่งเบื่อล่ะทุกคน September 28 กลับมาแล้วทุกวันนี้ใครไม่เล่น hi5 หรือ facebook อาจจะถูกมองว่าเชยโคตรรร ผมคนนึงแหละ ที่เล่น hi5 เพราะไม่อยากโดนมองว่า "ไอ้แอ็บส์มันเชย" แต่หลังจากได้ลองเล่นๆๆ มาซักพัก (ก็เกือบปีล่ะ) ผมกลับพบว่า...ไม่เห็นสนุกเลย แล้วมันก็มีเหตุการณ์ที่ผมหลงเข้ามาในหน้าบล๊อกๆนึง นั่นก็คือ ไอ้สิ่งที่ผมเคยเรียกมันว่า สเปซของกู แวบแรกที่เหน...."เฮ้ย กูคิดถึงมึงว่ะ" ดูวันที่สิ ผมเริ่มเล่นมันตั้งแต่ มิถุนา 48 จนถึงวันนี้ กันยา51 3ปีกว่าแล้วนะ ผมเริ่มไล่อ่านสิ่งที่เขียน สิ่งที่ระบาย สิ่งที่อยากเล่า ทุกๆหน้าตลอดเวลา3ปีที่ผ่านมา บางเรื่องอ่านแล้วก็ใจหาย บางเรื่องอ่านแล้วก็อดขำไม่ได้....แต่ก็อดมีความสุขกับการนึกถึงวันเหล่านั้นไม่ได้ แต่นี่มันกี่เดือนแล้วนะ ที่ไม่ได้แวะเข้ามาเยี่ยมเยียนมันเลย ทั้งๆที่เปนเรื่องสำคัญแท้ๆ ผมได้ข้อสรุป hi5 ไม่ได้ดีไปกว่าสเปซเลย เพราะงั้น ผมจะกลับมาเขียนสเปซอีกครั้ง แม้มันจะไม่มีคนอ่าน ผมจะกลับมาเขียนสเปซอีกครั้ง เพราะผมมีความสุขกับมันมากกว่าhi5 ในขณะที่จิตใจกำลังทะเยอทะยานถึงขีดสุดนี้เอง.... มีคนทักมาในเอม "แอ็บส์ ได้งานยังอ่ะ" !!??? T0T ToT T.T ว่างงาน!!! เลยว่างมาอัพสเปซ เลยว่างมาไร้สาระ ว่างมานั่งคิดฟุ้งซ่าน???? เหอๆๆๆ เอาเปนว่ากุจะอัพสเปซจนกว่าจะมีงานละกัน February 16 กลอนจ๋า...วาเลนไทน์ วาเลนไทน์ ใครกันหนอ มันช่างคิด ช่างประดิษฐ์ มาประชด คนอับเฉา ตื่นตอนเช้า ไม่สดใส ใจซมเซา โอ้วันเหงา โอ้วันเศร้า วาเลนไทน์ เดินไปไหน เห็นใครใคร เดินเคียงคู่ หันมองดู คู่ของเรา เขาอยู่ไหน เดินคนเดียว วาเลนไทน์ สลายใจ คู่ของฉัน นั้นอยู่ไหน บอกกันที วาเลนไทน์ หลายหลาก ด้วยกุหลาบ แต่ไม่ทราบ เป็นของใคร ในวันนี้ เห็นคนถือ ยิ้มสดใส ใครรู้ดี ต้องหลบลี้ กลับบ้านเรา เฉาเหลือทน วาเลนไทน์ ปีนี้ เหมือนปีเก่า ยังคงเศร้า เคล้าน้ำตา พาสับสน อาจต้องเหงา เป็นวงจร ที่เวียนวน อยากหลุดพ้น วันอ่อนล้า...วาเลนไทน์ เขียนเมื่อ 15 กพ. 51ี้ี October 28 ในห้องห้องนั้นนี่มันเกิดอะไรขึ้น ที่นี่มันที่ไหน?? ...... วันนี้ฉันก็เหมือนกับทุกวัน ฉันออกมาเดทกับแฟนหนุ่มที่เพิ่งคบกันได้ไม่นาน ไม่ต้องอยากรู้ชื่อของเขานะคะ เพิ่งคบกันน่ะ ฉันอายมากเลยที่จะบอก วันนี้เค้าพาชั้นเดินเล่นไปรอบๆเมือง ก่อนกลับบ้านเค้าบอกว่ามีของขวัญจะเซอร์ไพร์ด้วย มันคือไรกันนะ ตื่นเต้นจัง ชั้นดีใจจิงๆที่ตัดสินใจเลือกคนคนนี้ ตุ๊บบ!!!
ฉันสะลึมสะลือตื่นขึ้นมาในเช้าวันนี้ ที่นี่ที่ไหน!? ชั้นตกใจมาก เพราะจำเหตุการณ์เมื่อคืนไม่ได้เลย อ่ะ!! ฉันขยับตัวไม่ได้ ไม่มีแม้แต่เรี่ยวแรงจะพลิกตัว นี่มันเกิดอะไรกับชั้น
ฉันพยายามเอี้ยวตัวเพื่อมองดูสภาพห้อง กรี๊ดดดดดด!!! คุณพระช่วย แฟนหนุ่มของฉันนั่งอยู่ที่มุมห้อง เลือดไหลท่วมตัว เค้าตายแล้วเหรอ ฉันพยายามปฏิเสธความจริงข้อนี้ในใจ ไม่นะ ม่ายยยยยยย
เมื่อได้สติอีกครั้งหลังจากสลบไปเพราะความตกใจ น้ำตายังไม่ยอมหยุดไหล แต่ชั้นต้องเริ่มคิดแล้ว ว่าทำไมชั้นมาอยู่ที่นี่ แล้วใครเปนคนฆาตรกร และที่สำคัญชั้นจะรอดไปได้ยังไง แกร๊ก! เสียงเปิดประตู ใครกันนะ ผู้ชายที่ไม่รู้จักหน้าค่าตา เค้ามองมาที่ชั้นอย่างเย็นชา ชั้นพยายามแกล้งหลับต่อ กลัวว่าเค้าจะรู้ว่าตื่นแล้ว เค้าเปนใครกัน เค้าไม่สนใจแม้กระทั่งศพที่กองอยู่มุมห้อง ไอ้ฆาตกร!! ฉันคิดในใจ
นั่นเค้าจะทำอะไร เค้าเริ่มถอดเสื้อผ้า ไม่นะ อย่าทำยังงี้นะ ฉันเริ่มร้องไห้อีกแล้ว แต่เรี่ยวแรงที่จะส่งเสียงแทบจะไม่มี มันจุก พูดไม่ออก ทำไมเปนแบบนี้ ชั้นต้องสูญเสียทุกสิ่งทุกอย่างในค่ำคืนนี้เหรอ ฉันเริ่มคิดถึงแม่ แม้ว่าแม่จะเสียไปนานแล้วก็ตาม ทำอย่างไรดี เรี่ยวแรงแบบนี้สู้แรงไม่ไหวแน่ แต่ผิดคาด เค้าเพียงแค่มาอาบน้ำ แล้วเค้าก็จากไป ก่อนจากเค้าหันมายิ้มให้ชั้นอีกครั้ง เหมือนกับรู้ว่าชั้นได้สติแล้ว ชั้นกลัวเค้าจริงๆ
นี่ก็วันที่สามแล้วที่ชายคนนั้นเดินเข้าเดินออกห้องนี้ โดยไม่แตะตัวชั้นเลย ชั้นเริ่มอ่อนแรง คิดไม่ออกว่าทำอย่างไรจะหนีพ้นไปจากชายคนนี้ได้ ศพแฟนหนุ่มก็เริ่มส่งกลิ่นเหม็น อ่ะ!! เค้าเริ่มถอดเสื้อผ้าอีกแล้ว แต่วันนี้มีอะไรต่างไป เค้ายื่นหน้ามาที่หน้าของชั้น ชั้นพยายามเต็มที่ที่จะหลับต่อ
ลมอะไรน่ะ อ่ะ เสร็จล่ะ ชั้นกระพริบตา!! ชั้นเพิ่งรู้ว่าเมื่อกี้เค้าเป่าลมใส่ตาชั้น เค้ารู้ตัวแล้ว ว่าฉันมีสติเต็มที่ ทำยังไงดีนะ ยังไงชั้นก็ยังไม่มีเรี่ยวแรงจะหนี วันนี้มาถึงแล้วหรือ??
มาแล้ว เค้ายื่นวัตถุสีเขียวมาแล้ว มันใหญ่จนชั้นตกใจกลัว ไม่นะ ทำไมต้องทำกับชั้นยังงี้ ไม่นะ ม่ายยยยยยยยยยยย ฟู้ๆๆๆๆๆๆ อ้ากกกกกก อุ๊บ! “เออ ไบกอนใช้ดีว่ะ ฉีดทีเดียวตายเลย แมลงสาบตัวนี้แม่งทนชิบ พลิกตัวมา5วันแล้วแม่งยังอึด” แมลงสาบเพศเมีย เสียชีวิตในวัยเพียง 2ปีครึ่งเท่านั้น
รายชื่อนักแสดง ชายคนนั้น=กูเอง เธอคนนั้น=แมลงสาบเพศเมียตัวหนึ่ง แฟนหนุ่ม=แมลงสาบที่โดนยา ตายไปก่อนหน้าประมาณ5วัน
ภาคผนวก แมลงสาบหลังจากออกจากไข่ จะมีอายุเฉลี่ย2-3ปี
ปล. -ไม่ค่อยมีเรื่องอัพ เอาเรื่องไร้สาระไปก่อนละกัน -จะเปิดเทอมอีกแล้วเบื่อมาก -เทอมสุดท้ายในมหาลัยแล้ว ขอให้กูโชคดี
|
||||||
|
|